เมืองมรดกโลก หมู่บ้านโบราณเมืองเว้(COMPLEX OF HUE MONUMENTS)

เมืองมรดกโลก หมู่บ้านโบราณของเมืองเว้ ดีเด่นเรื่องวัฒนธรรมตั้งอยู่กับริมแม่น้ำหอม ฝั่งที่ตั้งสนพระราชวังเป็นศูนย์กลางของย่าง ที่มีสถานที่ที่สำคัญและวัดจะจัดไปบริเวณนั้น  เมืองเว้ ไม่ได้เป็นแค่ศูนย์กลางทางการค้าการเมืองและเท่านั้นซึ่งเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมและวัฒนธรรมที่มีโบราณคดีส่วนใหญ่ สะดวกรับความเสียหายจากการสู้รบสงครามเวียดนาม   เมืองเว้ตั้งอยู่ในเวียดนามตอนกลาง โดยคัดมาในแผ่นดินจากริมฝั่งทะเลจีนใต้เพียง 2-3 ไมล์ ห่างจากกรุงฮานอยประมาณ 540 กิโลเมตร   ความสำคัญจากอดีตสู่ปัจจุบันในความปกครองของขุนนางเหงียนฮวาง ในแผ่นดินพระราชวงศ์เล ที่ต่อมาได้เกิดสงครามแบ่งแยกกันอยู่ทางตอนเหนืออยู่ไหนการปกครองของคุณนายตริงห์ เมืองมรดกโลก    และต่อมาฝรั่งเศสได้บุกโจมตีเมืองเว้ ตามด้วยการยึดครองอำนาจของญี่ปุ่นในช่วงมหาสงครามเอเชียบูรพาเมื่อในปีพ.ศ 2488 เป็นปีเดียวกันเป็นอันสิ้นสุดราชวงศ์เหงียน ตัวเมืองเว้ ตั้งอยู่ที่ใกล้อาณาจักรระหว่างเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้เป็น

เมืองมรดกโลก

เมืองมรดกโลก แห่งเวียดนาม  

เมืองมรดกโลก  โบราณสถานที่ถูกทำลายตั้งแต่อดีต อย่างที่กล่าวไปมีการสู้รบในสงครามเวียดนาม โดยมาได้มีการบูรณะโบราณสถานจึงเผยให้เห็นถึงร่องรอยความเจริญรุ่งเรืองนครจักรพรรดิทั้งราชวงศ์  สุสานจักรพรรดิ  พร้อมทั้งสิ่งก่อสร้างแบบฉบับเฉพาะอันทรงคุณค่าทางสถาปัตยกรรมรวมถึงสายน้ำที่หล่อเลี้ยงเมืองแห่งนี้มาแต่เนินนาน จึงเป็นสาเหตุให้ปัจจุบันนั้นมีคนสนใจทั้งนักโบราณคดี และคนรุ่นใหม่ที่มีความชื่นชอบในสถาปัตยกรรมในสมัยก่อนในหมู่บ้านโบราณสถานในเมืองเว้ได้รับการขึ้นและจดทะเบียนขององค์กรยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกเมื่อในปี พ.ศ 2536  

ภายใต้ชื่อของ หมู่บ้านโบราณสถานเมืองเว้ ที่มีคุณสมบัติตรงข้อกำหนดและหลักเกณฑ์การพิจารณามรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมคือเป็นตัวอย่างอันโดดเด่นประเภทสิ่งก่อสร้างและตัวแทนการพัฒนาทางด้านสังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วัฒนธรรม อุตสาหกรรม เมืองมรดกโลก   สถานที่ที่สำคัญและศิลปะอย่าง

เมืองมรดกโลก

พระราชวังเมืองเว้ พระราชวังแห่งนี้สร้างโดยพระเจ้ายารองปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์เหงียน  ได้มีการให้ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยหาทำเลดี ๆ เพื่อก่อสร้างพระราชวังรวมถึงกำแพงที่มีความยาวถึง 2 คูณ 2 กิโลเมตร   นอกจากกำแพงแล้วยังมีครูน้ำอยู่รอดเพื่อพันแม่น้ำเป็นแม่น้ำที่สำคัญได้ยังวางถึงแผนผังที่ได้รับแรงบันดาลใจของพระราชวังกู้กงของจีน ที่มีความแตกต่างกันกับพระราชวังแห่งนี้หันไปทางทิศตะวันออกในขณะที่พระราชวังในจีนนั้นหันไปทางทิศใต้  ถ้าใครที่ได้เข้าไปสัมผัสถึงถานที่จริงจะประทับในเสน่ห์ของพระราชวงษ์ต่างเป็นที่เลืองลือ ในด้านการถ่ายทอดทางศาสนาพร้อมกับเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็นการทำสงครามและมีการก่อตั้งรัฐบาลคอมมิวนิสต์ขึ้นที่ฮานอย ในทางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม ที่เวลาต่อมาในปี พ.ศ 2492 จักรพรรดิบ๋าว ดั่ย ได้รับการช่วยเหลือจากฝรั่งเศษ

เมืองมรดกโลก

วัดเทียนมู่ เป็นวัดที่สร้างขึ้นในช่วงกลางของพระพุทธศาสนาที่ 22 เป็นวัดพระพุทธศาสนานิกายเซ็น จากในบันทึกได้กล่าวไว้ว่า

เมื่อเหงียน ฮวง เมืองมรดกโลก  ได้เดินทางมาในแถบนี้และได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเทพธิดาที่มาประทับในบริเวณนี้ ก็ได้ตรัสไว้ว่ามีคนมาสร้างวัดบนเนินเขาแห่งนี้เพื่อให้เมืองเจริญรุ่งเรืองในภายภาคหน้า และมีคำทำนายโดยสถาปัตยกรรมที่สำคัญนั่นก็คือ ถะเจ็ดชั้น จึงมีการสร้างวัดดังกล่าวเกิดขึ้นรวมถึงมีการขยายพื้นที่เรื่อย ๆ มาในหลายสมัยและได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากเมื่อในปีพ.ศ 2447 

 ต่อมาได้มีการบูรณะฟื้นฟูขึ้นเมื่อในปีพ.ศ 2450   ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัฒนธรรมหรือว่าการอนุรักษ์ให้ยังคงสภาพเดิม ให้ได้มากที่สุดยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางฝั่งเหนือของแม่น้ำที่ตั้งพระราชวังซึ่งเป็นศูนย์กลางของย่านประวัติศาสตร์ เมืองมรดกโลก   และยังเป็นที่กล่าวขานกันว่าเป็นย่านธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่โบราณพื้นที่บูรณะขึ้นมาใหม่จากที่เคยถูกทำลายแล้วเมืองแห่งนี้ยังเป็นเมืองที่สงบและน่าค้นหามีบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากมาเยือน ทั้งในด้านการท่องเที่ยวปัจจุบันเป็นที่นิยมอันดับบนต้นของเวียดนาม

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ >>> elene-dee