Collagen ที่ดีต่อสุขภาพต้องการ

Collagen  เป็นโปรตีนโครงสร้างหลักในเนื้อเยื่อที่เกี่ยวพันกับพืชชนิดในสัตว์ ที่มีองค์ประกอบหลักเป็นเนื้อเยื่อฉะนั้นแล้วเป็นโปรตีนที่พบมากที่สุดในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยเราจะคิดเป็นร้อยละ 25 เปอร์เซ็นต์ ถึง 35 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณโปรตีนทางร่างกายส่วนใหญ่เราจะพบคอลลาเจนในรูปแบบของเส้นใยฝอยยืด ในเนื้อเยื่อของเส้นใหญ่ อย่างเช่น เอ็นกล้ามเนื้อ ผิวหนังเอ็น ที่พบมากในกระจกตากระดูกอ่อนทางเดินอาหาร และหมอนรองกระดูก เซลล์สร้างเส้นใย รวมถึงเซลล์ที่สร้างคอลลาเจนที่มากที่สุด   คอลลาเจนเป็นองค์ประกอบหลักของเยื่อหุ้มในกล้ามเนื้อเป็นCollagen ประกอบด้วย 1 เปอร์เซ็นต์ ถึง 2 เปอร์เซ็นต์ ในกล้ามเนื้อและเป็น 60 เปอร์เซ็นต์ ของน้ำหนักกล้ามเนื้อที่เอ็นแข็งแรง  

 Collagen ที่ดีที่สุด!

Collagenลักษณะโดยรวมของคอลลาเจน และก็คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นสายที่ยาวซึ่งทำหน้าที่แตกต่างจาก สารโปรตีนโดยทั่วไปเช่นเดียวกับแอนไซม์ หรือว่าเส้นใยคอลลาเจนจะมีลักษณะที่ค่อนข้างจะเป็นสายเกลียว ที่มีหน่วยของโมเลกุลเกี่ยวพันกันอย่างมากมาย โดยทั่วไปแล้วผิวหนังของเรามีคอลลาเจน เป็นโครงสร้างอยู่มากจึงมีแรงสปริงและยืดหยุ่นได้ดีตามไปด้วย หากคอลลาเจนนั้นไม่ได้อยู่ที่ผิวหนังส่วนนอกเท่านั้นยังอยู่ในอวัยวะภายในร่างกายของเรา ก็จะมีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบมาก ได้แก่ เอ็น กระดูกอ่อน  เอ็นกล้ามเนื้อ     ทั้งนี้เคราตินยังมีหน้าที่สร้างความแข็งแรง และยืดหยุ่นในชั้นผิวหนังให้ลดลงจึงเกิดริ้วรอยบนชั้นผิว มีส่วนช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่รวมทั้งยังเป็นส่วนประกอบของเยื่อ กระจกตาและเลนส์ตาอีกด้วย 

Collagen

ในทางอุตสาหกรรม คอลลาเจนผ่านการสลายด้วยน้ำจะแตกตัวออกเป็นสารเชิงซ้อนของคอลราเจนแปปไทม์  หรือที่เป็นเจลาตินนอกจากการใช้ให้เป็นอาหารแล้วคอลลาเจนยังเป็นส่วนประกอบของยา รวมทั้งเครื่องสำอางชั้นดี และฟิล์มถ่ายรูปว่ามีการพิจารณาในแง่ของอุตสาหกรรมอาหารแล้วจะประกอบไปด้วย กรดอะมิโนที่มีประโยชน์ต่อร่างกายที่บ้านทานจะสูงแต่ก็มี การประชาสัมพันธ์เชิงการค้า ว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของCollagen นั้นตารางแสดงคุณสมบัติของสินค้ายังสามารถยับยั้งให้เกิดริ้วรอย และส่งผลดีต่อสุขภาพ ซึ่งการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยังออกมาสนับสนุนเกี่ยวกับโฆษณาลักษณะนี้ที่ยังไม่เป็นผล

โดยในทางการแพทย์ จะมีใช้คอลลาเจนในการศัลยกรรมอย่างแพร่หลาย และช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยในแผลไฟไหม้ ทั้งยังช่วยในเรื่องของกระตุ้นกระดูกใหม่ทั้งยังใช้ในจุดที่สูงทางทันตกรรม และนวัฒกรรมจากการศัลยกรรมอื่น ๆ หรือว่าสัตว์   เป็นสารเติมเข้าผิวเพื่อรักษารอยย่นในการเปลี่ยนแปลงไปตามวัยทุกช่วงอายุ 

คุณค่าของคอลลาเจน ช่วยเพิ่มการเผาผลาญของมวลกล้ามเนื้อรวมถึงพลังงานที่จะได้รับด้วย  การเพิ่มมวลกล้ามเนื้อที่ไร้ไขมันทั้งยังช่วยในการแปลงสภาพของสารอาหารที่สำคัญต่าง ๆ ด้วยหนึ่งในบทบาทที่สำคัญนั่นคือ ไกลซีน  ช่วยสร้างกล้ามเนื้อด้วยการแปลงกลูโคสให้เป็นพลังงานสำหรับเซลล์กล้ามเนื้อต่าง ๆ ได้โปรดจำไว้ว่าการรักษาของมวลกล้ามเนื้อนั้นสำคัญพอ ๆ กับอายุของคนเราเพราะกล้ามเนื้อมีหน้าที่ช่วยให้เราขับเคลื่อนไปยังที่ต่าง ๆ โดยเมื่อมีการบริโภคคอลลาเจนให้คุณบริโภควิตามินซีควบคู่กันไปด้วย เพราะร่างกายของคุณสามารถเปลี่ยนแปลงCollagen เป็นโปรตีนที่มีประโยชน์ได้ทั้งยังช่วยฟื้นฟูให้พลังงาน ความแข็งแรงร่างกาย ทั้งยังป้องกันสุขภาพของหัวใจ และหลอดเลือด ที่มีกรดอะมิโนโปรตีนช่วยให้ผนังเส้นเลือดของคุณนั้นผ่อนคลาย จากการก่อตัวของไขมันในกระแสเลือดได้อย่างดีทั้งยังช่วยลดขนาดของไขมัน ในเส้นเลือดแดงรวมถึงการสะสมตัวที่เหนียวของไขมัน คลอรีนเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ สำหรับการซ่อมแซมเนื้อเยื่อภายในต่อข้อต่อ  สำหรับสาวๆ คนไหนที่กำลังบำรุงสุขภาพเกี่ยวกับผิวหนัง และเส้นผลการผลิตคอลลาเจนในร่างกายของเราจะลดลงเมื่อเราอายุเพิ่มขึ้น คุณจะสังเกตได้ว่าร่างกายของคุณนั้นอย่างผิวหนังที่หย่อนยานลงริ้วรอย ที่เพิ่มมากขึ้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องเพิ่มระดับคอลลาเจนสามารถช่วยให้ผิวหนัง นั้นกระชับเรียบเนียนเหมือนวัยเยาว์ Collagen ช่วยซ่อมแซมและผลัดเซลล์ผิวได้ตามปกติ

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Click>>> elene-dee

ภูมิศาสตร์ แนวทางการเรียนรู้

ภูมิศาสตร์ ที่หมายถึงวิชาหนึ่งที่ศึกษาบนผิวของโรคที่เกี่ยวกับภูมิศาสตร์ประเภทรวมถึงภูมิอากาศทรัพยากรผลผลิต  และมนุษย์   สิ่งเหล่านี้ต่างกระจายอยู่เป็นสิ่งต่าง ๆ คือวิชาที่ต้องศึกษาทั้งความสัมพันธ์ระหว่างโลกกับมนุษย์สิ่งแวดล้อมกับมนุษย์และภูมิศาสตร์ก็เช่นกัน   กายภาพทางสาขาหนึ่งที่มีการศึกษาทางสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติเป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นบนพื้นสูง รวมถึงการศึกษาวิชาภูมิศาสตร์เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะช่วยให้ผู้คนเข้าใจและปรากฏในสิ่งต่าง ๆ บนโลกนี้ดียิ่งขึ้นท่านทำให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาพื้นที่ เหล่านั้นรวมถึงเศรษฐกิจของประเทศจากเศรษฐกิจหน่วยย่อยมารวมกัน  รวมถึงการศึกษาปัญหาเศรษฐกิจของคนในสังคม จึงต้องจำเป็นที่จะพิจารณาระบบของเศรษฐกิจที่เป็นส่วนรวม การปรับพฤติกรรมของแต่ละบุคคลหรือว่าหน่วยงานผลิตซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่ย่อยทั้งมีอิทธิพลและสำคัญต่อพฤติกรรมความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจรวมถึงสังคม 

ภูมิศาสตร์ พื้นฐานแหล่งเรียนรู้

ภูมิศาสตร์ เครื่องมือทางภูมิศาสตร์คือวัตถุและอุปกรณ์ในรูปแบบต่าง ๆ ที่นำเอามาใช้สื่อสารเพื่อการศึกษา และสำรวจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมบันทึกการวิเคราะห์ข้อมูลตลอดจนเป็นการสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูลจะไม่ออกมาเป็นหน้าที่หลักได้ 2 ประเภทนั่นก็คือ

1.เครื่องมือที่ทำหน้าที่เป็นสื่อความรู้ทางภูมิศาสตร์หมายถึง  เทคโนโลยี วัตถุดิบ อุปกรณ์ ทำหน้าที่เผยแพร่ความรู้ทางภูมิศาสตร์อาจจะดุในรูปแบบของตัวหนังสือรูปภาพแผนภูมิแบบจำลองหรือว่าสื่อดิจิตอล เสียง การเคลื่อนไหวต่าง ๆ  ตัวอย่างเช่นตำราเรียนภูมิศาสตร์อย่างลูกๆจำลอง ภูมิประเทศจำลอง รูปถ่ายทางอากาศ 

2.เครื่องมือที่ทำหน้าที่เป็นสื่อเก็บรวบรวมทางภูมิศาสตร์หมายถึงวัสดุอุปกรณ์รวมทั้งเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่เพื่อสำรวจตรวจบันทึกเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ตัวอย่างเครื่องมือเช่นสมุดจดบันทึก เข็มทิศที่วัดระยะทาง เทอร์โมมิเตอร์ กล้องสามมิติ ระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก หรือว่า GPS 

ชนิดของแผนที่สามารถแบ่งออกได้หลายชนิดมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปเป็นเกณฑ์ในการแบ่งโดยทั่วไปนิยมแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ

  1. แผนที่เฉพาะเรื่อง เป็นแผนที่ที่จัดทำขึ้นเพื่อแสดงข้อมูลหลักเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างเช่นแผนที่ประชากร แผนที่อากาศ แผนที่ป่าไม้ แผนที่ท่องเที่ยว ภูมิศาสตร์ แผนที่มีการสำรวจเพิ่มเติมปรับแก้ไขข้อมูลให้ทันสมัยเป็นระยะไปตามมาตราส่วนของแผนที่เฉพาะเรื่องมีความหลากหลายตามลักษณะรวมถึงข้อมูลต่าง ๆ 
ภูมิศาสตร์

2.แผนที่ภูมิประเทศ ภูมิศาสตร์ เป็นแผนที่ที่แสดงข้อมูลดูรายละเอียดผิวโลกที่เกี่ยวกับภูมิศาสตร์รักแบบต่าง ๆ ทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ  เช่น  ภูเขา ที่ราบ ที่สูงราบ ทะเล ทะเลสาบ เป็นต้น ภูมิประเทศต่างมีความสูงต่ำไปตามพื้นผิวโลกโดยเซียนชั้นสูง และหมดระดับจัดทำโดยกรมแผนที่จากภูมิประเทศทั้งสองมาตราส่วนจัดขึ้นมาจากข้อมูลที่ได้มาจากรูปแบบการถ่ายทางอากาศ และภาพจากดาวเทียมจึงได้รับข้อมูลที่ปรากฏบนพื้นผิวโลกที่ถูกต้อง ทันสมัยมีจุดพิกัดภูมิศาสตร์อ้างอิงได้ 

ประโยชน์ของแผนที่เป็นเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ที่จำเป็นอย่างมากในการศึกษาสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ เป็นประโยชน์ในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์  อย่างการใช้ชีวิตประจำวันใช้เส้นแสดงทางคมนาคมในการเดินทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวแผนที่ประโยชน์ในการเดินทาง และสถานที่ท่องเที่ยวการวางแผนการท่องเที่ยวรวมถึงการตัดสินใจไปยังสถานที่นั้น ๆ  ภูมิศาสตร์ ทั้งยังใช้ในการรายงานปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอย่างแผนที่แสดงอุณหภูมิแผนที่แสดงการเคลื่อนที่ของพายุซึ่งทำให้ เข้าใจได้ง่ายขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการวางแผนสร้างระบบสาธารณูปโภคเป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอีกด้วย  

ภูมิศาสตร์

การรับรู้ในระยะไกลที่เป็นภาพเกี่ยวกับการรับรู้ข้อมูลลักษณะพื้นผิวโลกในระยะที่ไกลจะได้รับข้อมูล ได้มาหลายรูปแบบเกี่ยวกับภาพถ่ายทางดาวเทียมและภาพถ่ายทางอากาศ   เป็นการค้นหาข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่มีความหลากหลายของพื้นที่ในระดับตั้งแต่ท้องถิ่นจนถึงทั่วโลก ทำให้มีการสรุปมุมแบ่งของพื้นที่ที่มีความสนใจได้ง่ายขึ้นแสดงข้อมูลเชิงคลื่นโรคหัวจากส่วนที่เรามองเห็นได้จากสเปกตรัมแม่เหล็กไฟฟ้า

เพื่ออำนวยความสะดวกในการศึกษาถึงการเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะพื้นที่ในช่วงเวลาต่าง ๆ ว่ามีสภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร

สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่   Click >>> elene-dee

เมืองมรดกโลก หมู่บ้านโบราณเมืองเว้(COMPLEX OF HUE MONUMENTS)

เมืองมรดกโลก หมู่บ้านโบราณของเมืองเว้ ดีเด่นเรื่องวัฒนธรรมตั้งอยู่กับริมแม่น้ำหอม ฝั่งที่ตั้งสนพระราชวังเป็นศูนย์กลางของย่าง ที่มีสถานที่ที่สำคัญและวัดจะจัดไปบริเวณนั้น  เมืองเว้ ไม่ได้เป็นแค่ศูนย์กลางทางการค้าการเมืองและเท่านั้นซึ่งเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมและวัฒนธรรมที่มีโบราณคดีส่วนใหญ่ สะดวกรับความเสียหายจากการสู้รบสงครามเวียดนาม   เมืองเว้ตั้งอยู่ในเวียดนามตอนกลาง โดยคัดมาในแผ่นดินจากริมฝั่งทะเลจีนใต้เพียง 2-3 ไมล์ ห่างจากกรุงฮานอยประมาณ 540 กิโลเมตร   ความสำคัญจากอดีตสู่ปัจจุบันในความปกครองของขุนนางเหงียนฮวาง ในแผ่นดินพระราชวงศ์เล ที่ต่อมาได้เกิดสงครามแบ่งแยกกันอยู่ทางตอนเหนืออยู่ไหนการปกครองของคุณนายตริงห์ เมืองมรดกโลก    และต่อมาฝรั่งเศสได้บุกโจมตีเมืองเว้ ตามด้วยการยึดครองอำนาจของญี่ปุ่นในช่วงมหาสงครามเอเชียบูรพาเมื่อในปีพ.ศ 2488 เป็นปีเดียวกันเป็นอันสิ้นสุดราชวงศ์เหงียน ตัวเมืองเว้ ตั้งอยู่ที่ใกล้อาณาจักรระหว่างเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้เป็น

เมืองมรดกโลก

เมืองมรดกโลก แห่งเวียดนาม  

เมืองมรดกโลก  โบราณสถานที่ถูกทำลายตั้งแต่อดีต อย่างที่กล่าวไปมีการสู้รบในสงครามเวียดนาม โดยมาได้มีการบูรณะโบราณสถานจึงเผยให้เห็นถึงร่องรอยความเจริญรุ่งเรืองนครจักรพรรดิทั้งราชวงศ์  สุสานจักรพรรดิ  พร้อมทั้งสิ่งก่อสร้างแบบฉบับเฉพาะอันทรงคุณค่าทางสถาปัตยกรรมรวมถึงสายน้ำที่หล่อเลี้ยงเมืองแห่งนี้มาแต่เนินนาน จึงเป็นสาเหตุให้ปัจจุบันนั้นมีคนสนใจทั้งนักโบราณคดี และคนรุ่นใหม่ที่มีความชื่นชอบในสถาปัตยกรรมในสมัยก่อนในหมู่บ้านโบราณสถานในเมืองเว้ได้รับการขึ้นและจดทะเบียนขององค์กรยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกเมื่อในปี พ.ศ 2536  

ภายใต้ชื่อของ หมู่บ้านโบราณสถานเมืองเว้ ที่มีคุณสมบัติตรงข้อกำหนดและหลักเกณฑ์การพิจารณามรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมคือเป็นตัวอย่างอันโดดเด่นประเภทสิ่งก่อสร้างและตัวแทนการพัฒนาทางด้านสังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วัฒนธรรม อุตสาหกรรม เมืองมรดกโลก   สถานที่ที่สำคัญและศิลปะอย่าง

เมืองมรดกโลก

พระราชวังเมืองเว้ พระราชวังแห่งนี้สร้างโดยพระเจ้ายารองปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์เหงียน  ได้มีการให้ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยหาทำเลดี ๆ เพื่อก่อสร้างพระราชวังรวมถึงกำแพงที่มีความยาวถึง 2 คูณ 2 กิโลเมตร   นอกจากกำแพงแล้วยังมีครูน้ำอยู่รอดเพื่อพันแม่น้ำเป็นแม่น้ำที่สำคัญได้ยังวางถึงแผนผังที่ได้รับแรงบันดาลใจของพระราชวังกู้กงของจีน ที่มีความแตกต่างกันกับพระราชวังแห่งนี้หันไปทางทิศตะวันออกในขณะที่พระราชวังในจีนนั้นหันไปทางทิศใต้  ถ้าใครที่ได้เข้าไปสัมผัสถึงถานที่จริงจะประทับในเสน่ห์ของพระราชวงษ์ต่างเป็นที่เลืองลือ ในด้านการถ่ายทอดทางศาสนาพร้อมกับเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็นการทำสงครามและมีการก่อตั้งรัฐบาลคอมมิวนิสต์ขึ้นที่ฮานอย ในทางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม ที่เวลาต่อมาในปี พ.ศ 2492 จักรพรรดิบ๋าว ดั่ย ได้รับการช่วยเหลือจากฝรั่งเศษ

เมืองมรดกโลก

วัดเทียนมู่ เป็นวัดที่สร้างขึ้นในช่วงกลางของพระพุทธศาสนาที่ 22 เป็นวัดพระพุทธศาสนานิกายเซ็น จากในบันทึกได้กล่าวไว้ว่า

เมื่อเหงียน ฮวง เมืองมรดกโลก  ได้เดินทางมาในแถบนี้และได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเทพธิดาที่มาประทับในบริเวณนี้ ก็ได้ตรัสไว้ว่ามีคนมาสร้างวัดบนเนินเขาแห่งนี้เพื่อให้เมืองเจริญรุ่งเรืองในภายภาคหน้า และมีคำทำนายโดยสถาปัตยกรรมที่สำคัญนั่นก็คือ ถะเจ็ดชั้น จึงมีการสร้างวัดดังกล่าวเกิดขึ้นรวมถึงมีการขยายพื้นที่เรื่อย ๆ มาในหลายสมัยและได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากเมื่อในปีพ.ศ 2447 

 ต่อมาได้มีการบูรณะฟื้นฟูขึ้นเมื่อในปีพ.ศ 2450   ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัฒนธรรมหรือว่าการอนุรักษ์ให้ยังคงสภาพเดิม ให้ได้มากที่สุดยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางฝั่งเหนือของแม่น้ำที่ตั้งพระราชวังซึ่งเป็นศูนย์กลางของย่านประวัติศาสตร์ เมืองมรดกโลก   และยังเป็นที่กล่าวขานกันว่าเป็นย่านธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่โบราณพื้นที่บูรณะขึ้นมาใหม่จากที่เคยถูกทำลายแล้วเมืองแห่งนี้ยังเป็นเมืองที่สงบและน่าค้นหามีบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากมาเยือน ทั้งในด้านการท่องเที่ยวปัจจุบันเป็นที่นิยมอันดับบนต้นของเวียดนาม

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ >>> elene-dee

ท่องเที่ยว อุทยานขุนสถาน

ท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จังหวัดน่าน เป็นแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่มีภูมิประเทศที่ดีมาก ๆนั่งอยู่พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติฝั่งด้านขวาเป็นแม่น้ำน่านตอนใต้  ถึงที่อำเภอนาน้อยและนาหมื่น มีลักษณะเป็นภูเขาสลับซับซ้อนมีความสูงชั้น ทอดตัวไปทางทิศเหนือสู่ทิศใต้ มีแนวสันเขาของดอยแบ่งเขตระหว่างจังหวัดแพร่และจังหวัดน่านด้วยความสูงตั้งแต่ 120- 1,726 เมตร สภาพภูมิอากาศ นักท่องเที่ยวชอบเอามากเมื่อมีทั้งความชื้นความเย็นตลอดทั้งปี ได้แบ่งเป็น 3 ฤดูคือ ฤดูร้อนจะเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม ฤดูหนาว จะเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ฤดูฝนจะเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน  รวมถึงทางตอนต้นของพื้นที่เป็นสันเขาที่สูงชั้นเกิดจากหินทรายสีน้ำตาลสลับกับหินทรายด้านสีน้ำตาลแดง ทำให้มีแร่ไมกาเกิดขึ้นรวมถึง หินกรวดมนและฝุ่นภูเขาไฟปน ลักษณะทางพื้นดินส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยภูเขาที่มีความลาดชันมากกว่า 35 เปอร์เซ็นต์ 

ท่องเที่ยว

ท่องเที่ยว บรรยากาศหนาวเหน็บที่ภาคเหนือ

ท่องเที่ยว ที่พักนักเที่ยวนิยมมาที่อุทยานแห่งชาติขุนสถานหมีเป็นเพราะมีเขตที่ลุ่มน้ำน่านที่อุดมสมบูรณ์ทั้งป่าไม้และพันธุ์พืช สภาพอากาศไม้และองค์ประกอบต่าง ๆ มีทั้งป่าศูนย์เขากระจายตามยอดโดยที่มีความสูงถึง 1,300 เมตร  จากระดับน้ำทะเลปานกลาง 

ป่าดิบแล้งที่แพร่กระจายอยู่ไปทั่วส่วนใหญ่จะเป็นไม้ชนิดเดียวกันกับหมาใหญ่ที่อยู่ตามพื้นที่ไม้พื้นล่างชินหนามเล็บเหยี่ยว  ป่าดิบเขา ขึ้นตามสันเขาที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางตั้งแต่ 1,000 เมตร ขึ้นไปมีพันธุ์ไม้ที่สำคัญมาก ๆได้แก่ ไม้กวาดชนิดต่าง ๆซึ่งขึ้นเป็นไม้เด่นในพื้นที่

ในด้านของทรัพยากรการท่องเที่ยวการจัดการท่องเที่ยว และนันทนาการต่าง ๆในอุทยานแห่งชาติขุนสถานมีทั้งดอยแม่จอกที่มีความสูง 1,424 เมตร ด้วยสภาพที่มีน้ำตลอดทั้งปีทำให้มีวิสัยทัศน์ที่ดีรวมถึงเทือกเขาที่เรียงสลับซับซ้อน สามารถมองเห็นได้ถึงความ

ท่องเที่ยว

งดงามของพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า รวมถึงหมอที่เราสามารถมองเห็นได้เป็นผืนขนาดใหญ่สุดไกลตา ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและการพัฒนาได้สำรวจแหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นใหม่ๆ และมีการรับรองการท่องเที่ยว ทั้งเปิดให้บริการพร้อมกับการปรับปรุงพัฒนา จัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่บริเวณดอยแม่จอกอำเภอนาน้อยจังหวัดน่าน เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยงามพร้อมทั้งการเดินทางที่สะดวกสบายจากจุดที่ทำการปัจจุบัน ยังไม่ได้รับการปรับปรุงและการพัฒนาอย่างเท่าที่ควรเนื่องจากเกิดการขาดแคลนในเรื่องของงบประมาณในด้านของแหล่งท่องเที่ยวทุกที่ สำรวจไว้เพื่อมีการพัฒนาในอนาคต นักท่องเที่ยวจะเข้ามาเที่ยวพักผ่อนส่วนมากนิยมมาในช่วงฤดูหนาวการเดินทางที่สะดวก 

อย่างการหาข้อมูลทางการท่องเที่ยวจากสื่อออนไลน์เว็บไซต์หรือว่าจะเป็นการบอกต่อ มีการติดต่อการจองห้องพักแบบชั่วคราว หรือว่าจะเป็นการกางเต็นท์นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ท่องเที่ยว จะเข้ามาในช่วงของวันหยุดยาวหรือว่าวันหยุดสุดสัปดาห์ การเดินทางมาในช่วงบ่ายจะได้ชมพระอาทิตย์ตกพอดีและในช่วงเวลาค่ำคืนสร้างเป็นบรรยากาศที่ดีมาก ๆ ทั้งในช่วงเวลาตอนเช้าก็ยังชมพระอาทิตย์ขึ้น ในเวลาเช้าตรู่บวกกับการจิบกาแฟชาร้อนในตอนเช้าบอกเลยว่าฟินมาก ๆ สำหรับใครที่เป็นสมาชิกไม่ควรพลาด

การเดินทางมี 2 เส้นทางนั่นก็ คือ 

1. เดินทางไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 101 ไปยังอำเภอเวียงสาเลี้ยวซ้ายไปตามถนนเจ้าฟ้าต่อไปยังทางหลวงหมายเลข 1026  สายอำเภอเวียงสา-อำเภอนาน้อยประมาณ 15 กิโลจากนั้นอำเภอนาน้อยแล้วเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 16 ด้วยระยะทาง 31 กิโลเมตรก็ถึงที่ทำการของอุทยานแล้วท่องเที่ยว

2. ทางหลวงหมายเลขแผ่นดิน 101 เส้นทางจากตัวจังหวัดแพร่ไปยังจังหวัดน่านการเดินทางระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งถึงหมู่บ้านห้วยแก๊ต ตำบลไผ่โทน อำเภอร้องกวางจังหวัดแพร่จากนั้นเลี้ยวซ้ายสู่เส้นทางหลวง 1216 ระยะทางประมาณ 26 กิโลก็ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติขุนสถาน 

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ คลิก>>> elene-dee

การท่องเที่ยว กับ โควิด-19 ในอนาคตที่เปลี่ยนไป

ภาค การท่องเที่ยว นับเป็นหน้าด่านแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพราะการเคลื่อนตัวของนักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องชะลอตัวและชุดชะงักอย่างกระทันหันในหลายๆ ประเทศ จึงเกิดคำถามขึ้นว่า ในอนาคตภาคการท่องเที่ยวจะเปลี่ยนไปหรือไม่ อย่างไร?

โควิด-19 ระบาดคราวนี้มีผลกระทบที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับประเทศที่มีภาคเศรษฐกิจหลักด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเห็นได้ว่า ประเทศยอดนิยม 5 อันดับต้น ๆ ของโลกด้านการท่องเที่ยวเจ็บหนักที่สุดอย่าง สเปน อิตาลี สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และอังกฤษ เพราะ ณ ตอนนี้อัตราการติดเชื้อใหม่และอันตรายต่อวันยังสูงอยู่มาก

หากจะเปรียบเทียบกันระหว่างประเทศที่อยู่ใน 5 อันดับของโลกด้านรายได้ที่เกิดจากการท่องเที่ยว ซึ่งประเทศไทยเรานั้นในปัจจุบันรายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ลำดับที่ 7 ของโลก และลำดับ 10 ในการมีจำนวนผู้มาเยือน และจากหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา ไทยเราท๊อปฟอร์มในเรื่องของการที่นักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศต่อปีมากที่สุดเป็นลำดับต้น ๆ  ของโลกเลยทีเดียว แต่เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด ทำให้นักท่องเที่ยวในหลาย ๆ ประเทศต่างต้องหยุดการเดินทางเพื่อท่องเที่ยวพักผ่อนหรือทำธุรกิจ ซึ่งนั่นหมายความว่าภาคเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและการเดินทางของเรานั้นได้รับความบอบช้ำมากเลยทีเดียว และเป็นภาคที่ได้รับผลกะทบกระเทือนมากที่สุดอีกภาคหนึ่ง เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่ทำรายได้จากภาคของการท่องเที่ยวมากที่สุดและเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก อีกด้วย จากการหารายได้ให้กับประเทศและเป็นการหมุนเวียนภาษีและสร้างรายได้ให้กับประชาชน แหล่งชุมชน บริษัท ห้างร้าน และหลาย ๆ กิจการอีกด้วยเช่นเดียวกัน

การท่องเที่ยว หลังโควิด-19 จะเปลี่ยนไปอย่างไร

การท่องเที่ยว

คำถามแรก การท่องเที่ยวจะเปลี่ยนไปอย่างไร แน่นอน นักท่องเที่ยวที่ผ่านประสบการณ์เฉียดความตายมาแล้วต้องมีพฤติกรรมที่ต่างไปจากเดิม เพราะด้วยอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งบางคนที่จะต้องเดินทางทุกปี ไปในหลาย ๆ ประเทศ ในช่วง Summer ก็อาจจะต้องฉุกคิดแล้วคิดอีกกับค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างเยอะ ซึ่งบางบริษัทต้องหยุดชะงัก จึงทำให้ขาดรายได้เพื่อที่จะเก็บไว้ท่องเที่ยวพักผ่อนร่างกายในช่วงเวลาดังกล่าว อีกทั้งในหลายๆ ประเทศ ประชาชนของพวกเขาก็ยังไม่ได้รับวัคซีนกันอย่างทั่วถึง จึงอาจทำให้จะต้องมีความกังวลอยู่บ้างในการที่จะต้องเดินทางออกนอกประเทศ แต่หากทุกประเทศมีมาตรการการป้องกันโควิด-19 ที่ดีและเหมาะสม สถานการณ์ที่เลวร้ายมันจะต้องดีขึ้นตามลำดับ โดยเราขอยกตัวอย่างมาตรการหรือวิธีการแก้ปัญหาคร่าว ๆได้ดังนี้

1. การสร้างระบบการติดต่อสื่อสาร แบบไร้รอยต่อสำคัญมาก เช่นระบบเศรษฐกิจท่องเที่ยว แพลตฟอร์มในปัจจุบัน ไม่มีช่องทางติดต่อเมื่อเกิดภัยพิบัติ ตั้งแต่การดูแลตนเองให้ปลอดภัย การติดต่อตำรวจ โรงพยาบาลต่าง ๆ หรือแม้แต่การเข้าถึงสถานทูตและการรับรู้ข่าวสาร ราชการ (ที่เป็นภาษาสากล) ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาระหว่างเกิดสภาวะฉุกเฉินเช่นนี้

2. ระบบทำความสะอาด หรือระบบการทำลายเชื้อโควิด-19 ของสถานบริการ การท่องเที่ยว เช่น มีเครื่องหรือตู้อบฆ่าเชื้อให้สำหรับนักท่องเที่ยว , ระบบทำลายเชื้อที่อาจติดมากับธนบัตร  ภาชนะที่ลูกค้าใช้ เป็นต้น นอกจากนี้ในโรงแรม ระบบติดต่อระหว่างแขกที่เข้าพักกับการรับบริการ อาจต้องทำผ่านอินเทอร์เน็ตหรือระบบแบบออนไลน์ให้มากขึ้นกว่าเดิมในปัจจุบัน

3. ระบบสังคมไร้เงินสด ทางรัฐบาลหรือสถานประกอบการต้องทำความร่วมมือกันเพื่อให้เกิดโครงการนี้อย่างเต็มตัวในด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อให้ระบบนี้พัฒนาและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

4. ระบบเศรษฐกิจแบ่งปัน ที่เป็นแบบ Share Economy แบบ Airbnb อาจจะได้รับความนิยมลดลง เนื่องจากความไม่ไว้วางใจในมาตรฐานซึ่งหลากหลายตามบริบทของพื้นที่ หากคิดปรับปรุงจะต้องใช้เงินลงทุนสูงมากขึ้น และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอาจจะต้องมีมาตรฐานด้านการจัดการภัยพิบัติเพิ่มเติมฯ

สถานการณ์จะยืดเยื้อนานเท่าใด ไม่มีใครตอบได้ เพราะสถานการณ์ในอนาคตนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเทศไทยเพียงประเทศเดียวเพราะเราเป็นประเทศที่อาศัยรายได้จากการท่องเที่ยว ต่างชาติเป็นหลัก หากแต่เป็นการร่วมมือของหลาย ๆ ภาคส่วน และในหลาย ๆ ประเทศให้ร่วมมือกันต่อสู้กับสถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ และเร่งทำการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนของตัวเองเพื่อป้องกันโรค จากสถานการณ์โควิด-19 ให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

สามารถติดตาม ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ การท่องเที่ยว พร้อมกับสาระดี ๆ และมีประโยชน์ แบบนี้ได้ที่ >> elene-dee

เทคนิค การถนอมอาการ

เทคนิค   การถนอมอาหารสาเหตุหลักเกิดขึ้นโดยจุลินทรีย์  

 หรือว่าแบคทีเรีย    ที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า      โดยมีขนาด 0.0005-0.05 มิลลิเมตร          จุลินทรีย์เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่เคลื่อนไหล เข้าสู่อาหาร และ      ยังสืบพันธุ์ได้อีกด้วย       ทั้งในสิ่งที่มีชีวิต และไม่มีชีวิต  

แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท  

 1.ซูโดโมนาเดลีส  เป็นจุลินทรีย์ที่สงเคราะห์ด้วยแสง   เช่นเดียวกับอหิวาตกโรค

   2. ยูบัคเตรีอาลีส    เป็นจุลินทรีย์ ทั่วไป ทำให้เกิดหลายโรค เช่น บาดทะยัก ไทฟอยด์ปวดบวม 

  3.  แอกติโนโมซีเตลีส  ก่อให้เกิดวัณโรคเทคนิค  แต่สามารถสกัดเอาสารนี้ มาทำยาปฏิชีวนะได้  เพื่อรักษาโรคบางอย่าง

4.ไปโรคีเตลีส   มีรูปร่างที่เป็นเกลียว 

เทคนิค

การยืดอายุอาหารให้อยู่ได้นาน       เพิ่มขึ้นถึงแม้จะไม่สดเหมือนเดิม   ด้วยการรักษาคุณค่าทางโภชนาการ       อาหารไว้ให้มากที่สุด  และอาศัยเทคโนโลยีปัจจุบันการถนอมที่ก้าวไกลมากจากสมัยก่อน      จึงง่ายต่อการทำ      เรามาดูวิธีแรกของการถนอมอาหารกันเลย

เทคนิค การจัดเก็บอาหารให้อยู่นาน

 เทคนิคการกวน  โดยส่วนมาก วิธีนี้จะใช้เกี่ยวกับการถนอมอาหาร ที่เกี่ยวกับ     ผลไม้   ไว้ทานได้หลายวัน   เช่น  มะม่วง กล้วย สับปะรด   ทุเรียน  มะเขือเทศ  

วิธีการทำ   

-ทำการล้างผลไม้ที่ต้องการกวนให้สะอาด    จากนั้นทำการหั่นเป็นชิ้นเล็ก เพื่อลงมากวนรวมกันในกระทะ      การหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ นี้จะช่วยเรื่องการละลาย    ของเนื้อได้อย่างรวดเร็ว      จะเป็นเนื้อเดียวกันมากขึ้น 

-ที่สำคัญในการกวนนั้นต้องใช้ไฟที่อ่อน ๆ      มะยมกับสับปะรด อาจจะแช่น้ำทิ้งไว้สัก 2-3 ชั่วโมง หรือ      ต้มกับน้ำก่อนกวน เพื่อลดรสชาติที่เปรี้ยวออก    

การแช่อิ่ม จากนิยมในการเอาผลไม้ ที่    มีรสเปรี้ยวจัด มาก ๆ มาทำ เพื่อที่  จะเก็บไว้ทานเป็นของว่าง   เช่น    มะยม มะม่วง  มะขาม   ลูกสมอ  กระท้อน  มะขามป้อม 

วิธีการทำ

-เอาผลไม้ที่แช่เกลือไว้   อย่างเข้มข้น 2 %นั้น   คือเราใช้เกลือเพียงแค่ 1 ถ้วยโดยประมาณ ต่อน้ำ 10- 14 ถ้วย หรือ   ต้มก่อนเพื่อลดรสเปรี้ยว

การหมักดอง เป็นวิธีการถนอมอาหาร   ได้นานมากที่สุด และ   ยืดอายุผลิตภัณฑ์เทคนิค     ได้หลายเดือนเลยทีเดียว    การหมักดองนี้มีอยู่ 5แบบ

การหมักดองแบบเปรี้ยว

วิธีการทำ

-ต้มน้ำที่เดือดทิ้งไว้ให้เย็นสนิท     เสร็จแล้วผสมเข้ากับน้ำส้มสายชู น้ำตาล เกลือ  ต้มให้เข้ากันอีกครั้ง       แล้วทิ้งไว้ให้เย็นอีกรอบ 

-หาบรรจุอาหารในภาชนะที่แห้งสนิท สะอาด  และ      ต้มฆ่าเชื้อเสียก่อน   แล้วปิดฝาให้สนิท          ห้ามมิให้อากาศเข้าอย่างเด็ดขาด

การหมักดอง 3 รส นิยมการดองคือ ขิง กระเทียมสด   กะหล่ำดอก  

วิธีการทำ

-นำเอาผักมาผสมเข้ากันกับ น้ำส้มสายชู น้ำตาล เกลือ   

-ต้มน้ำให้เดือดแล้วทิ้งไว้ให้เย็น   จากนั้นเทราดลง   เทคนิค  ปิดฝาไว้ประมาณ 2-3 วัน      จึงเปิดรับประทานได้

การหมักดองแบบหวาน    นิยมนำมาดอง    คือ มะละกอ  หัวผักกาด 

วิธีการทำ

-ต้มน้ำตาล เกลือ น้ำส้มสายชู เสร็จแล้วทิ้งไว้ให้เย็น

-จากนั้นเทลงยังภาชนะ    พร้อมผักที่เตรียมไว้      ปิดฝาให้สนิท  2-3 วัน สามารถรับประทานได้

การหมักดองแบบเค็ม   ส่วนมากนิยมการถนอมกับ    เนื้อสัตว์    ปูเค็ม ปลา  ไข่เค็ม  

วิธีการทำ

  • นำน้ำส้มสายชู เกลือ  เน้นรสเค็มเล็กน้อย ต้มรวมกัน   แล้วทิ้งไว้ให้เย็น
  • แล้วนำมาเทรวมกันเข้ากับผลิตภัณฑ์     ที่เตรียมไว้ จากนั้นปิดฝาให้สนิทห้ามอากาศเข้าโดยเด็ดขาด    หมักทิ้งไว้ 4-9 เดือนสามารถรับประทานได้     วิธีนี้จะใช้เวลานานหน่อย      แต่รับรองว่าอร่อยไม่แพ้วิธีอื่น ๆ

การหมักดองด้วยแอลกอฮอล์  เป็นการหมักจำพวกแป้งน้ำตาล โดยการใช้ยีสต์    เทคนิค   เป็นช่วยให้เกิดแอลกอฮอล์  เช่น ข้าวหมาก  ไวน์

ประโยชน์ของการดอง   

ทำให้อาหารมีรสชาติที่ดี และ      กลิ่นที่ดีขึ้นอีกด้วย    สามารถเก็บอาหารที่อยู่ในอุณภูมิห้อง     ที่ต่ำอยู่ได้นาน   กระบวนการผลิตการหมักนั้น ใช้ต้นทุนที่ต่ำ     ไม่ต้องหาเครื่องมือที่พิเศษ     ในราคาที่สูง   ทำให้เกิดอาหารชนิดใหม่      ที่เกิดจากการถนอมอาหาร     เสริมคุณค่าโภชนาการ    เช่น   การหมักผลไม้ที่ให้ผลเป็นไวน์ชั้นดี  

ทั้งนี้การแปรรูป  หรือ   การถนอมนั้นยังกลายเป็นผลิตภัณฑ์พื้นเมืองได้อย่างหลายๆ   แหล่งอีกด้วย     จากการหาผลผลิตง่ายๆ ใกล้ตัว จึงเป็นจุดเด่นแต่ละพื้นที่   สามารถนำออกขายสู่ท้องตลาด

welldonedesign

ข่าว พายุไซโคลน

ข่าว พายุไซโคลน “ยาอาส” (YAAS) บริเวณอ่าวเบงกอลตอนบน กำลังเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศอินเดียตอนบน ช่วงวันที่ 26-27 พฤษภาคม 2564 ส่งผลให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ในช่วงวันที่ 25-29 พฤษภาคม 2564

.

คลื่นลมในทะเลอันดามันมีกำลังแรงปานกลางถึงมาก สูง 2.0 ถึง 4.0 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 4.0 เมตร ส่วนทางบริเวณอ่าวไทยตอนบนทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2.0 เมตร อ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูง 1.0 ถึง 2.0 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2.0 เมตร ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรงดเว้นการเดินเรือ ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

ข่าว พายุไซโคลน

ผู้ขับรถแท็กซี่ Smart Taxi ซึ่งมีสมาชิกเครือข่ายกว่า 4,500 คัน พร้อมใจฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยคนขับที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว จะต้องนำเอกสารมาแสดงเพื่ออัปเดตระบบ ป้ายไฟด้านบนรถจะเป็นสีเขียวและมีคำเขียนว่า “Covid” และ คำว่า “วัคซีน” และเครื่องหมายถูกเป็นสัญลักษณ์ว่าคนขับแท็กซี่คันดังกล่าวได้ฉีดวัคซีนโควิด 19 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ข่าว

วันนี้ (24 พ.ค. 64)

มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 2,713 ราย

มาจากต่างประเทศ 49 ราย อยู่ใน State Quarantine

ผู้ป่วยในเรือนจำ 206 ราย

ติดเชื้อในประเทศ 2,458 ราย

ผู้ป่วยรายใหม่ 1,147 ราย

ค้นหาเชิงรุกในชุมชน 1,311 ราย

เสียชีวิตเพิ่ม 30 ราย

อาการหนัก 1,169 ราย

ใส่เครื่องช่วยหายใจ 406 ราย

รักษาหายแล้ว 86,100 ราย

กำลังรักษา 45,307 ราย

เสียชีวิต 806 ราย

ยอดสะสม 132,213 ราย

ข่าว

โรงพยาบาล จุฬาภรณ์แจ้ง ข่าว ตั้งแต่วันที่ (24 พ.ค.) ที่ศูนย์บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มีเฉพาะวัคซีนที่ชื่อซิโนแวคให้บริการ ซึ่งผู้สูงอายุเกิน 60 ปี สามารถฉีดได้ แต่หากประสงค์รับแอสตร้าเซนเนก้า ให้สามารถเลื่อนวันนัดได้

.

ด้าน คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล แจ้งผู้ที่มีบริการนัดรับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็มที่ 2 ระหว่างวันที่ 25 พ.ค. ถึง 4 มิ.ย. 64 ให้เลื่อนวันรับวัคซีนออกไปก่อน และเมื่อโรงพยาบาลได้รับวัคซีนมา จะแจ้งให้ทราบต่อไป.

ข่าว

ตลาดต้นตาล และตลาดอู้ฟู้ จังหวัดขอนแก่น แจกคูปองแทนเงินสดมูลค่า 100 บาท จำนวน 1,200 ชุด เป็นการสนับสนุนให้ชาวจังหวัดขอนแก่นทุกคน เข้ารับการฉีดวัคซีน เพื่อจะได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติโดยเร็ว

ข่าว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีบางส่วน ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เดินทางรับการ ฉีดวัคซีน ป้องกันโควิด-19 ของแอสตราเซเนกา เข็มที่ 2 ที่ อาคารเฉลิมพระเกียรติชั้น 7 สถาบันบำราศนราดูร โดย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ทำหน้าที่ฉีดวัคซีนให้กับนายกรัฐมนตรี หลังรับการฉีดเข็มแรก ไปเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2564

ข่าว

จากชุมชนคนรักรถเมล์ ได้โพสต์ภาพพร้อมกับระบุข้อความที่ว่า รถสแปร์ ISUZU ถูกลงประกาศขายแล้ว ข่าว หลังจากที่บริษัท ออโต้เทคนิค จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับเหมาซ่อมบำรุงรถเมล์ ISUZU ให้กับ ขสมก.  หรือ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ ได้ทำการปลดระวางรถสำรองวิ่ง (รถสแปร์) ทั้งหมด 3 คัน เนื่องจากเหตุผลบางประการด้านการซ่อมบำรุง ซึ่งโดยปกติแล้ว รถสแปร์จะเป็นทรัพย์สินของบริษัทเหมาซ่อมนั้นๆ (ไม่ถือเป็นทรัพย์สินของ ขสมก.  หรือ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ) หากบริษัทเหมาซ่อมจะไม่ใช้งานและปลดระวางรถสแปร์แล้ว ย่อมมีสิทธิ์นำรถดังกล่าวไปขายต่อได้

ล่าสุด ได้พบประกาศขายรถสแปร์ ISUZU ทั้ง 3 คัน ในเว็บไซต์ หนึ่ง elene-dee

ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2564 โดยได้ตั้งราคาขายไว้ดังนี้

– รถครีมแดง 50541 และ 50542 ราคา 280,000 บาท

– รถปรับอากาศยูโรทู 55201 ราคา 320,000 บาท

หลังจากที่เฟซบุ๊ก Fai Hathaikarn ได้ประกาศขายไดโนเสาร์ขนาดเท่าตัวจริง 11 ตัว ราคา 5.5 ล้านบาท ล่าสุดทางเพจ วงษ์พาณิชย์อ้อมใหญ่ รับซื้อของเก่าทุกประเภท ได้ประกาศปิดการขาย พร้อมระบุว่า “น้องได้บ้านใหม่ ครบทุกตัวแล้วนะคะ ยินดีกับเจ้าของใหม่น้องทุกๆ ตัวค่ะ”