ท่องเที่ยว อุทยานขุนสถาน

ท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จังหวัดน่าน เป็นแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่มีภูมิประเทศที่ดีมาก ๆนั่งอยู่พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติฝั่งด้านขวาเป็นแม่น้ำน่านตอนใต้  ถึงที่อำเภอนาน้อยและนาหมื่น มีลักษณะเป็นภูเขาสลับซับซ้อนมีความสูงชั้น ทอดตัวไปทางทิศเหนือสู่ทิศใต้ มีแนวสันเขาของดอยแบ่งเขตระหว่างจังหวัดแพร่และจังหวัดน่านด้วยความสูงตั้งแต่ 120- 1,726 เมตร สภาพภูมิอากาศ นักท่องเที่ยวชอบเอามากเมื่อมีทั้งความชื้นความเย็นตลอดทั้งปี ได้แบ่งเป็น 3 ฤดูคือ ฤดูร้อนจะเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม ฤดูหนาว จะเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ฤดูฝนจะเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน  รวมถึงทางตอนต้นของพื้นที่เป็นสันเขาที่สูงชั้นเกิดจากหินทรายสีน้ำตาลสลับกับหินทรายด้านสีน้ำตาลแดง ทำให้มีแร่ไมกาเกิดขึ้นรวมถึง หินกรวดมนและฝุ่นภูเขาไฟปน ลักษณะทางพื้นดินส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยภูเขาที่มีความลาดชันมากกว่า 35 เปอร์เซ็นต์ 

ท่องเที่ยว

ท่องเที่ยว บรรยากาศหนาวเหน็บที่ภาคเหนือ

ท่องเที่ยว ที่พักนักเที่ยวนิยมมาที่อุทยานแห่งชาติขุนสถานหมีเป็นเพราะมีเขตที่ลุ่มน้ำน่านที่อุดมสมบูรณ์ทั้งป่าไม้และพันธุ์พืช สภาพอากาศไม้และองค์ประกอบต่าง ๆ มีทั้งป่าศูนย์เขากระจายตามยอดโดยที่มีความสูงถึง 1,300 เมตร  จากระดับน้ำทะเลปานกลาง 

ป่าดิบแล้งที่แพร่กระจายอยู่ไปทั่วส่วนใหญ่จะเป็นไม้ชนิดเดียวกันกับหมาใหญ่ที่อยู่ตามพื้นที่ไม้พื้นล่างชินหนามเล็บเหยี่ยว  ป่าดิบเขา ขึ้นตามสันเขาที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางตั้งแต่ 1,000 เมตร ขึ้นไปมีพันธุ์ไม้ที่สำคัญมาก ๆได้แก่ ไม้กวาดชนิดต่าง ๆซึ่งขึ้นเป็นไม้เด่นในพื้นที่

ในด้านของทรัพยากรการท่องเที่ยวการจัดการท่องเที่ยว และนันทนาการต่าง ๆในอุทยานแห่งชาติขุนสถานมีทั้งดอยแม่จอกที่มีความสูง 1,424 เมตร ด้วยสภาพที่มีน้ำตลอดทั้งปีทำให้มีวิสัยทัศน์ที่ดีรวมถึงเทือกเขาที่เรียงสลับซับซ้อน สามารถมองเห็นได้ถึงความ

ท่องเที่ยว

งดงามของพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า รวมถึงหมอที่เราสามารถมองเห็นได้เป็นผืนขนาดใหญ่สุดไกลตา ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและการพัฒนาได้สำรวจแหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นใหม่ๆ และมีการรับรองการท่องเที่ยว ทั้งเปิดให้บริการพร้อมกับการปรับปรุงพัฒนา จัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่บริเวณดอยแม่จอกอำเภอนาน้อยจังหวัดน่าน เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยงามพร้อมทั้งการเดินทางที่สะดวกสบายจากจุดที่ทำการปัจจุบัน ยังไม่ได้รับการปรับปรุงและการพัฒนาอย่างเท่าที่ควรเนื่องจากเกิดการขาดแคลนในเรื่องของงบประมาณในด้านของแหล่งท่องเที่ยวทุกที่ สำรวจไว้เพื่อมีการพัฒนาในอนาคต นักท่องเที่ยวจะเข้ามาเที่ยวพักผ่อนส่วนมากนิยมมาในช่วงฤดูหนาวการเดินทางที่สะดวก 

อย่างการหาข้อมูลทางการท่องเที่ยวจากสื่อออนไลน์เว็บไซต์หรือว่าจะเป็นการบอกต่อ มีการติดต่อการจองห้องพักแบบชั่วคราว หรือว่าจะเป็นการกางเต็นท์นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ท่องเที่ยว จะเข้ามาในช่วงของวันหยุดยาวหรือว่าวันหยุดสุดสัปดาห์ การเดินทางมาในช่วงบ่ายจะได้ชมพระอาทิตย์ตกพอดีและในช่วงเวลาค่ำคืนสร้างเป็นบรรยากาศที่ดีมาก ๆ ทั้งในช่วงเวลาตอนเช้าก็ยังชมพระอาทิตย์ขึ้น ในเวลาเช้าตรู่บวกกับการจิบกาแฟชาร้อนในตอนเช้าบอกเลยว่าฟินมาก ๆ สำหรับใครที่เป็นสมาชิกไม่ควรพลาด

การเดินทางมี 2 เส้นทางนั่นก็ คือ 

1. เดินทางไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 101 ไปยังอำเภอเวียงสาเลี้ยวซ้ายไปตามถนนเจ้าฟ้าต่อไปยังทางหลวงหมายเลข 1026  สายอำเภอเวียงสา-อำเภอนาน้อยประมาณ 15 กิโลจากนั้นอำเภอนาน้อยแล้วเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 16 ด้วยระยะทาง 31 กิโลเมตรก็ถึงที่ทำการของอุทยานแล้วท่องเที่ยว

2. ทางหลวงหมายเลขแผ่นดิน 101 เส้นทางจากตัวจังหวัดแพร่ไปยังจังหวัดน่านการเดินทางระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งถึงหมู่บ้านห้วยแก๊ต ตำบลไผ่โทน อำเภอร้องกวางจังหวัดแพร่จากนั้นเลี้ยวซ้ายสู่เส้นทางหลวง 1216 ระยะทางประมาณ 26 กิโลก็ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติขุนสถาน 

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ คลิก>>> elene-dee

การท่องเที่ยว กับ โควิด-19 ในอนาคตที่เปลี่ยนไป

ภาค การท่องเที่ยว นับเป็นหน้าด่านแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพราะการเคลื่อนตัวของนักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องชะลอตัวและชุดชะงักอย่างกระทันหันในหลายๆ ประเทศ จึงเกิดคำถามขึ้นว่า ในอนาคตภาคการท่องเที่ยวจะเปลี่ยนไปหรือไม่ อย่างไร?

โควิด-19 ระบาดคราวนี้มีผลกระทบที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับประเทศที่มีภาคเศรษฐกิจหลักด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเห็นได้ว่า ประเทศยอดนิยม 5 อันดับต้น ๆ ของโลกด้านการท่องเที่ยวเจ็บหนักที่สุดอย่าง สเปน อิตาลี สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และอังกฤษ เพราะ ณ ตอนนี้อัตราการติดเชื้อใหม่และอันตรายต่อวันยังสูงอยู่มาก

หากจะเปรียบเทียบกันระหว่างประเทศที่อยู่ใน 5 อันดับของโลกด้านรายได้ที่เกิดจากการท่องเที่ยว ซึ่งประเทศไทยเรานั้นในปัจจุบันรายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ลำดับที่ 7 ของโลก และลำดับ 10 ในการมีจำนวนผู้มาเยือน และจากหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา ไทยเราท๊อปฟอร์มในเรื่องของการที่นักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศต่อปีมากที่สุดเป็นลำดับต้น ๆ  ของโลกเลยทีเดียว แต่เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด ทำให้นักท่องเที่ยวในหลาย ๆ ประเทศต่างต้องหยุดการเดินทางเพื่อท่องเที่ยวพักผ่อนหรือทำธุรกิจ ซึ่งนั่นหมายความว่าภาคเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและการเดินทางของเรานั้นได้รับความบอบช้ำมากเลยทีเดียว และเป็นภาคที่ได้รับผลกะทบกระเทือนมากที่สุดอีกภาคหนึ่ง เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่ทำรายได้จากภาคของการท่องเที่ยวมากที่สุดและเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก อีกด้วย จากการหารายได้ให้กับประเทศและเป็นการหมุนเวียนภาษีและสร้างรายได้ให้กับประชาชน แหล่งชุมชน บริษัท ห้างร้าน และหลาย ๆ กิจการอีกด้วยเช่นเดียวกัน

การท่องเที่ยว หลังโควิด-19 จะเปลี่ยนไปอย่างไร

การท่องเที่ยว

คำถามแรก การท่องเที่ยวจะเปลี่ยนไปอย่างไร แน่นอน นักท่องเที่ยวที่ผ่านประสบการณ์เฉียดความตายมาแล้วต้องมีพฤติกรรมที่ต่างไปจากเดิม เพราะด้วยอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งบางคนที่จะต้องเดินทางทุกปี ไปในหลาย ๆ ประเทศ ในช่วง Summer ก็อาจจะต้องฉุกคิดแล้วคิดอีกกับค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างเยอะ ซึ่งบางบริษัทต้องหยุดชะงัก จึงทำให้ขาดรายได้เพื่อที่จะเก็บไว้ท่องเที่ยวพักผ่อนร่างกายในช่วงเวลาดังกล่าว อีกทั้งในหลายๆ ประเทศ ประชาชนของพวกเขาก็ยังไม่ได้รับวัคซีนกันอย่างทั่วถึง จึงอาจทำให้จะต้องมีความกังวลอยู่บ้างในการที่จะต้องเดินทางออกนอกประเทศ แต่หากทุกประเทศมีมาตรการการป้องกันโควิด-19 ที่ดีและเหมาะสม สถานการณ์ที่เลวร้ายมันจะต้องดีขึ้นตามลำดับ โดยเราขอยกตัวอย่างมาตรการหรือวิธีการแก้ปัญหาคร่าว ๆได้ดังนี้

1. การสร้างระบบการติดต่อสื่อสาร แบบไร้รอยต่อสำคัญมาก เช่นระบบเศรษฐกิจท่องเที่ยว แพลตฟอร์มในปัจจุบัน ไม่มีช่องทางติดต่อเมื่อเกิดภัยพิบัติ ตั้งแต่การดูแลตนเองให้ปลอดภัย การติดต่อตำรวจ โรงพยาบาลต่าง ๆ หรือแม้แต่การเข้าถึงสถานทูตและการรับรู้ข่าวสาร ราชการ (ที่เป็นภาษาสากล) ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาระหว่างเกิดสภาวะฉุกเฉินเช่นนี้

2. ระบบทำความสะอาด หรือระบบการทำลายเชื้อโควิด-19 ของสถานบริการ การท่องเที่ยว เช่น มีเครื่องหรือตู้อบฆ่าเชื้อให้สำหรับนักท่องเที่ยว , ระบบทำลายเชื้อที่อาจติดมากับธนบัตร  ภาชนะที่ลูกค้าใช้ เป็นต้น นอกจากนี้ในโรงแรม ระบบติดต่อระหว่างแขกที่เข้าพักกับการรับบริการ อาจต้องทำผ่านอินเทอร์เน็ตหรือระบบแบบออนไลน์ให้มากขึ้นกว่าเดิมในปัจจุบัน

3. ระบบสังคมไร้เงินสด ทางรัฐบาลหรือสถานประกอบการต้องทำความร่วมมือกันเพื่อให้เกิดโครงการนี้อย่างเต็มตัวในด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อให้ระบบนี้พัฒนาและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

4. ระบบเศรษฐกิจแบ่งปัน ที่เป็นแบบ Share Economy แบบ Airbnb อาจจะได้รับความนิยมลดลง เนื่องจากความไม่ไว้วางใจในมาตรฐานซึ่งหลากหลายตามบริบทของพื้นที่ หากคิดปรับปรุงจะต้องใช้เงินลงทุนสูงมากขึ้น และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอาจจะต้องมีมาตรฐานด้านการจัดการภัยพิบัติเพิ่มเติมฯ

สถานการณ์จะยืดเยื้อนานเท่าใด ไม่มีใครตอบได้ เพราะสถานการณ์ในอนาคตนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเทศไทยเพียงประเทศเดียวเพราะเราเป็นประเทศที่อาศัยรายได้จากการท่องเที่ยว ต่างชาติเป็นหลัก หากแต่เป็นการร่วมมือของหลาย ๆ ภาคส่วน และในหลาย ๆ ประเทศให้ร่วมมือกันต่อสู้กับสถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ และเร่งทำการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนของตัวเองเพื่อป้องกันโรค จากสถานการณ์โควิด-19 ให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

สามารถติดตาม ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ การท่องเที่ยว พร้อมกับสาระดี ๆ และมีประโยชน์ แบบนี้ได้ที่ >> elene-dee